ไม่มีสินค้าในตะกร้า

รับประกันยาวนาน 12 ปี

ผ่อนสบาย 0% นาน 10 เดือน

บริการขนย้ายที่นอนเก่า

จัดส่งฟรีทั่วไทย

รับประกันยาวนาน 12 ปี

ผ่อนสบาย 0% นาน 10 เดือน

บริการขนย้ายที่นอนเก่า

จัดส่งฟรีทั่วไทย

11 วิธีปรับพฤติกรรมการนอนให้มีประสิทธิภาพ จะได้มีแรงพร้อมลุยครึ่งปีหลัง

เหมือนเพิ่งผ่านปีใหม่มาไม่นาน นี่ก็จะเข้าสู่กลางปี 2021 กันแล้ว พอถึงช่วงกลางปีก็เหมือนเป็นช่วงพักครึ่งเพื่อเริ่มต้นใหม่อีกครั้ง หลายคนหยิบแพลนที่จดไว้ตั้งแต่ปีใหม่มากางดูอีกครั้งว่าแผนที่วางไว้คืบหน้าไปถึงไหนแล้ว หลายคนได้เวลาจดแผนใหม่ๆ ลงไป แต่ไม่ว่าครึ่งปีหลังนี้ คุณจะต้องเดินหน้าต่อ หรือเขียนแผนใหม่ ก็อย่าลืมการนอนพักผ่อนให้เพียงพอ เพื่อให้มีแรงลุกขึ้นมาทำตามแผนที่วางไว้กันนะ วันนี้ลูนิโอมี 11 วิธีปรับพฤติกรรมการนอนที่จะเปลี่ยนคุณให้นอนหลับอย่างดีและมีประสิทธิภาพมากขึ้น จะได้มีแรงลุกขึ้นมาสู้ตลอดครึ่งปีหลังนี้

 

การนอน 1-3

  1. ออกกำลังกายเป็นประจำการออกกำลังกายเป็นประจำทุกวัน หรืออย่างน้อยอาทิตย์ละ 3 ครั้ง ครั้งประมาณ 30 นาที จะช่วยให้นอนหลับได้ดีขึ้น ยิ่งการออกกำลังกายเบาๆ ในช่วงเย็นหรือหัวค่ำจะยิ่งช่วยให้ร่างกายรู้สึกผ่อนคลายและนำไปสู่การนอนหลับพักผ่อนได้ดียิ่งขึ้น อย่างไรก็ตามควรออกกำลังกายให้เสร็จก่อนเวลาเข้านอนอย่างน้อย 2 ชั่วโมง เพราะไม่เช่นนั้นอาจทำให้ร่างกายตื่นตัว จนนอนหลับยาก
  2. งดเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน และแอลกอฮอล์ก่อนเข้านอน เนื่องจากเครื่องดื่มที่มีคาเฟอีน อย่าง ชา หรือกาแฟ มีฤทธิ์กระตุ้นประสาทส่วนกลาง ทำให้ร่างกายตื่นตัวและนอนหลับยาก ทางที่ดีหันมาดื่มตอนเช้าแทนตอนบ่ายและเย็นจะดีกว่า และเครื่องดื่มแอลกอฮอล์ส่งผลให้สมองทำงานหนักขึ้นขณะนอนหลับ จึงทำให้นอนหลับไม่สนิทและตื่นขึ้นมากลางดึกได้ 
  3. อาบน้ำอุ่นก่อนนอนน้ำอุ่นจะช่วยให้กล้ามเนื้อผ่อนคลาย และยังช่วยลดความเครียดได้ จึงทำให้นอนหลับสบายวิธีนอน 4-6
  4. ไม่ดื่มน้ำมากหลังอาหารเย็น และควรปัสสาวะให้เรียบร้อยก่อนเข้านอน เพื่อจะได้ไม่ตื่นมาเข้าห้องน้ำกลางดึก
  5. งดรับประทานอาหารก่อนเข้านอนไม่ควรรับประทานอาหารมื้อดึก อาหารมื้อหนักก่อนเข้านอน เพราะจะทำให้กระเพาะอาหารทำงานย่อยในตอนกลางคืน ทำให้คุณมีปัญหากับการนอน ทำให้นอนหลับไม่สบาย และตื่นกลางดึกได้
  6. ไม่งีบหลับตอนกลางวันหรือตอนเย็นการงีบหลับช่วงเย็นจะทำให้หลับยากขึ้นในตอนกลางคืน แต่หากรู้สึกอยากงีบขึ้นมาจริงๆ ลองเปลี่ยนจากการนอนหลับเป็นนั่งหลับแทน และไม่ควรงีบหลับเกิน 30 นาทีการนอน 7-9
  7. หากิจกรรมผ่อนคลายทำก่อนนอน ลองหันมาทำสมาธิ สวดมนต์ หรืออาจยืดเส้นยืดสายนิดๆ หน่อยๆ ก่อนเข้านอน จะช่วยให้นอนหลับสนิทมากขึ้น
  8. งดเล่นมือถือ ก่อนเข้านอน 30 นาทีเพราะแสงสีฟ้าจากจอจะทำให้ร่างกายรับรู้ว่ายังไม่มืด และไปรบกวนการทำงานของฮอร์โมนเมลาโทนิน ทำให้หลับยาก
  9. ปรับห้องนอนให้เหมาะสมห้องเงียบ มีเครื่องนอนที่ช่วยส่งเสริมการนอนหลับ อย่าง ที่นอน Lunio Gen2 ที่สามารถรองรับสรีระ ลดความเสี่ยงอาการปวดหลังได้ และยังผ่านการทดสอบโดย Bangkok sleep center แล้วว่าช่วยให้หลับสนิทขึ้น 30%* พร้อมชุดเครื่องนอน Outlast Series ดูดซับความร้อน และส่งคืนเมื่อร่างกายต้องการ ช่วยปรับอุณหภูมิร่างกายให้เหมาะสมตลอดคืน *จากกลุ่มตัวอย่างแบบ Blind Testการนอน 9-11
  10. ต้องไม่กังวล หรือเครียดหากนอนไม่หลับ หากเข้านอนไปแล้ว แต่ยังไม่หลับ อย่าเครียด แต่ให้หากิจกรรมผ่อนคลายทำ เช่น อ่านหนังสือ หรือวาดภาพ จนรู้สึกง่วงนอนแล้วจึงเข้านอนอีกครั้ง
  11. ฝึกเข้านอนและตื่นนอนให้ตรงเวลาเพื่อที่ให้นาฬิการ่างกายไม่สับสน และร่างกายจะได้พักผ่อนได้เต็มที่ โดยช่วงเวลานอนที่เหมาะสมของคนเรานั้นจะอยู่ที่ช่วง 22.00 น. เพราะการเข้านอนไม่เกิน 22.00 น. จะทำให้ร่างกายหลั่งฮอร์โมนที่เกี่ยวกับการนอนเต็มที่ส่งผลให้หลับสนิทอย่างมีคุณภาพ และเวลาตื่นนอนที่ดีคือเวลา 06.00-08.00 น.
ที่นอนยางพารา Promotion
Share on facebook
Share on twitter
Share on google

บทความคลังความรู้อื่น ๆ