โต๊ะทำงานมีกี่ประเภท เลือกแบบไหนถึงเหมาะกับการใช้งาน
การเลือกโต๊ะทำงานเป็นปัจจัยสำคัญที่ส่งผลต่อประสิทธิภาพและความสะดวกสบายของพนักงาน วันนี้ Lunio Ergo ได้รวบรวมข้อมูลเพื่อช่วยให้การเลือกโต๊ะทำงาน เลือกแบบไหนถึงเหมาะกับการใช้งานง่ายขึ้น ไม่ว่าคุณจะมองหาโต๊ะสี่เหลี่ยมเดี่ยวสำหรับพนักงาน โต๊ะแบบกลุ่มสำหรับทีมงาน โต๊ะประชุมสำหรับการวางแผนและตัดสินใจ โต๊ะผู้บริหารที่สะท้อนภาพลักษณ์องค์กร หรือโต๊ะปรับระดับ โต๊ะพับ และโต๊ะแบบ L/V Shape บทความนี้จะแนะนำลักษณะ ขนาด และข้อดีของแต่ละประเภท เพื่อให้การจัดออฟฟิศตอบโจทย์ทั้งพื้นที่ งบประมาณ และความสะดวกสบายของพนักงานได้ง่ายขึ้น
1. โต๊ะสี่เหลี่ยมเดี่ยว (Straight Desk)
โต๊ะทำงานพื้นฐานที่องค์กรนิยมใช้มากที่สุด เนื่องจากจัดวางง่าย คุมงบประมาณได้ดี และรองรับการขยายทีมในอนาคต มักพบในแผนกที่มีพนักงานจำนวนมากหรือมีการขยายตัวบ่อย เช่น ฝ่ายขาย ฝ่ายบัญชี หรือฝ่ายซัพพอร์ต โดยขนาดที่นิยมจะอยู่ราว 120–160 ซม. ลึก 60–80 ซม. ซึ่งเพียงพอสำหรับการวางจอคอมพิวเตอร์ 1–2 จอ พร้อมพื้นที่งานเอกสารพื้นฐาน
เลือกหัวข้อที่ต้องการอ่าน
Toggleโต๊ะประเภทนี้สามารถติดตั้งพาร์ทิชัน รางสายไฟ หรืออุปกรณ์จัดเก็บเพิ่มเติมได้ง่าย จึงเหมาะกับองค์กรที่ต้องการความเป็นมาตรฐานในการจัดวางพื้นที่ทำงาน
-
เหมาะสำหรับ: พนักงานทั่วไป, องค์กรที่มีจำนวนพนักงานมาก, สำนักงานที่ต้องวางโต๊ะเป็นแถว
-
ข้อดี: ราคาเข้าถึงง่าย ดูแลรักษาง่าย จัดเลย์เอาท์ได้หลากหลาย และขยายจำนวนโต๊ะในอนาคตได้สะดวก
2. โต๊ะแบบกลุ่ม (Workstation)
โต๊ะแบบกลุ่มออกแบบมาเพื่อรองรับการทำงานของพนักงานหลายคนในพื้นที่เดียวกัน โดยเน้นการใช้พื้นที่ต่อคนอย่างมีประสิทธิภาพ เหมาะกับออฟฟิศสมัยใหม่ที่ต้องการลดพื้นที่ส่วนบุคคล แต่ยังคงความเป็นระเบียบและความเป็นส่วนตัวผ่านพาร์ทิชันกลาง โต๊ะแต่ละที่นั่งมักมีขนาดประมาณ 120–150 ซม. ต่อคน
นอกจากนี้ยังเหมาะกับองค์กรที่เน้นการทำงานแบบทีม เช่น ฝ่าย Call Center, ฝ่ายขาย หรือฝ่ายบริการลูกค้า ที่ต้องการให้พนักงานสามารถสื่อสารกันได้ง่าย แต่ยังมีพื้นที่โฟกัสงานของตนเอง
-
เหมาะสำหรับ: Call Center, ฝ่ายขาย, ทีมบริการลูกค้า, ออฟฟิศ Open Office
-
ข้อดี: ใช้พื้นที่ได้คุ้มค่า ลดต้นทุนต่อตารางเมตร ช่วยให้จัดการระบบสายไฟและอุปกรณ์ได้เป็นระเบียบมากขึ้น
3. โต๊ะประชุม (Meeting Table)
โต๊ะประชุมเป็นจุดรวมของกระบวนการตัดสินใจ การวางแผน และการสื่อสารภายในองค์กร จึงควรเลือกให้เหมาะกับจำนวนผู้ใช้งาน ขนาดที่นิยมตั้งแต่ 6 ที่นั่ง (ประมาณ 180–220 ซม.) ไปจนถึงมากกว่า 12 ที่นั่งใน Board Room ขึ้นอยู่กับขนาดองค์กร
โต๊ะประชุมในปัจจุบันยังนิยมติดตั้งระบบปลั๊กไฟกลางโต๊ะ, Port สำหรับต่อจอ หรือระบบประชุมออนไลน์ เพื่อรองรับการทำงานแบบ Hybrid มากขึ้น
-
เหมาะสำหรับ: ห้องประชุมภายใน, ห้องรับแขก, Board Room
-
ข้อดี: รองรับหลายฟังก์ชันทั้งประชุม อบรม และนำเสนอ สร้างภาพลักษณ์ความเป็นทางการให้องค์กร
4. โต๊ะผู้บริหาร (Executive Desk)
โต๊ะผู้บริหารถือเป็นหนึ่งในเฟอร์นิเจอร์ที่สะท้อนตัวตนและภาพลักษณ์ขององค์กรชัดที่สุด มักออกแบบให้มีขนาดใหญ่ เช่น 180–220 ซม. พร้อมโต๊ะต่อข้างและตู้เก็บเอกสารรองรับการใช้งานระยะยาว
นอกจากเรื่องความสวยงามแล้ว โต๊ะประเภทนี้ยังต้องให้ความสำคัญกับความสะดวกในการใช้งานจริง เช่น การวางอุปกรณ์ประชุม การจัดวางเอกสาร และการพูดคุยกับแขกระดับองค์กร
-
เหมาะสำหรับ: ผู้บริหารระดับสูง, ห้องผู้จัดการ, ห้องต้อนรับลูกค้าระดับองค์กร
-
ข้อดี: สร้างความน่าเชื่อถือ เสริมภาพลักษณ์ผู้นำ และรองรับการใช้งานทั้งแบบทำงานและรับรองแขก
5. โต๊ะปรับระดับได้ (Height Adjustable Desk / Standing Desk)
องค์กรสมัยใหม่เริ่มให้ความสำคัญกับสุขภาพพนักงานมากขึ้น โต๊ะปรับระดับจึงกลายเป็นหนึ่งในเครื่องมือสำคัญในการลดปัญหาออฟฟิศซินโดรม โดยสามารถปรับระดับให้เหมาะกับผู้ใช้งานที่มีความสูงต่างกัน รองรับทั้งการนั่งทำงานและยืนทำงานสลับกันตลอดวัน
เหมาะอย่างยิ่งสำหรับองค์กรที่ต้องการส่งเสริม Workplace Wellness หรือเป็นส่วนหนึ่งของนโยบายดูแลพนักงาน
-
เหมาะสำหรับ: ออฟฟิศที่เน้น Ergonomic, ฝ่ายงานหน้าคอมระยะยาว
-
ข้อดี: ลดอาการปวดหลัง ปวดคอ เพิ่มพลังงานระหว่างวัน และช่วยลดการนั่งติดโต๊ะต่อเนื่องนานเกินไป
6. โต๊ะพับ (Folding Table)
โต๊ะพับมักถูกใช้ในพื้นที่ที่ต้องมีความยืดหยุ่นสูง เช่น ห้องฝึกอบรม ห้องอเนกประสงค์ หรือพื้นที่สัมมนา ขนาดที่นิยมอยู่ราว 120–180 ซม. สามารถพับเก็บและเคลื่อนย้ายได้สะดวก
หลายองค์กรใช้โต๊ะพับเพื่อรองรับกิจกรรมพิเศษ เช่น เวิร์กช็อป อีเวนต์ หรือการขยายพื้นที่ใช้งานชั่วคราวในบางช่วง
-
เหมาะสำหรับ: ห้องอบรม, ห้องกิจกรรม, พื้นที่ใช้งานชั่วคราว
-
ข้อดี: ปรับเปลี่ยนพื้นที่ได้รวดเร็ว ประหยัดพื้นที่จัดเก็บ และใช้งานได้คุ้มค่าในหลายสถานการณ์
7. (L Shaped Desk)
โต๊ะแบบตัว L เหมาะสำหรับผู้ที่ต้องการพื้นที่ทำงานเพิ่มขึ้นโดยไม่ต้องใช้โต๊ะหลายตัว ช่วยให้สามารถแยกโซนการทำงาน เช่น โซนคอมพิวเตอร์ และโซนเอกสารได้ชัดเจน
นิยมใช้ในห้องทำงานผู้บริหาร ผู้จัดการ หรือพนักงานที่ต้องใช้หลายหน้าจอ โดยขนาดหน้าโต๊ะหลักมักอยู่ที่ 140–180 ซม. และปีกยาวประมาณ 100–140 ซม.
-
เหมาะสำหรับ: ผู้จัดการ, งานที่ต้องใช้หลายหน้าจอ, ห้องทำงานส่วนตัว
-
ข้อดี: เพิ่มพื้นที่ใช้งาน ใช้มุมห้องได้อย่างมีประสิทธิภาพ แยกโซนงานได้ชัดเจน
แนะนำโต๊ะทำงานเสริมสร้างหลักการจัด Ergonomic office ด้วย >>โต๊ะปรับระดับไฟฟ้า Lunio Ergo SPACE II
หากคุณกำลังมองหาวิธียกระดับประสบการณ์การทำงานให้สะดวกสบายและลดปัญหาสุขภาพจากการนั่งนาน โต๊ะปรับระดับไฟฟ้า Lunio Ergo SPACE II คือคำตอบ ด้วยระบบปรับสูง-ต่ำอัตโนมัติ คุณสามารถสลับระหว่างนั่งและยืนได้อย่างง่ายดาย ช่วยป้องกันอาการปวดคอและปวดหลัง พร้อมดีไซน์ทันสมัยที่เข้ากับทุกสไตล์ออฟฟิศ และฟังก์ชัน Time Reminder ตั้งเวลาเตือนให้เปลี่ยนอิริยาบถทุก 30 นาที–2 ชั่วโมง เพื่อสนับสนุนการทำงานที่ถูกหลัก Ergonomic ทำให้ทุกวันทำงานของคุณทั้งมีประสิทธิภาพและสุขภาพดีขึ้น
ปรับสุขภาพการทำงานของคุณวันนี้ – สั่งซื้อหรือดูข้อมูลเพิ่มเติมได้ที่เพจ Lunio Ergo






