Sleep Tracker ช่วยหรือทำลายการนอนหลับกันแน่?

Sleep Tracker ช่วยหรือทำลายการนอนหลับกันแน่?

Sleep Tracker หรือเครื่องอุปกรณ์ตรวจวัดคุณภาพการนอนหลับกำลังเป็นที่นิยมอย่างมาก ในขณะที่เราก็พยายามเพิ่มจำนวนและเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับ เพื่อให้สุขภาพของเราดีขึ้นในทุก ๆ ด้าน แต่ไป ๆ มา ๆ กลายเป็นว่า Sleep Tracker อาจทำลายการนอนหลับของคุณมากกว่าที่จะช่วยให้คุณภาพการนอนขอคุณดีขึ้น (อ้างอิงจากวารสาร Clinical Sleep Medicine)

บางคนต้องการเพิ่มประสิทธิภาพในการนอนหลับโดยใช้ Sleep Tracker และการที่รู้ผลของการนอนหลับที่ไม่ดีก็ทำให้อยากที่จะพยายามหาวิธีเพื่อเพิ่มคุณภาพและปริมาณในการนอนหลับที่มากขึ้น ซึ่ง Sleep Tracker อาจช่วยให้ผู้ใช้เกิดการวางแผนการนอนหลับ และหาวิธีปรับปรุงคุณภาพในการนอนหลับได้

หลายคนที่มีปัญหาในการนอนจำนวนมากที่ใช้ Sleep Tracker เกิดความสนใจในเรื่องพฤติกรรมการนอนหลับที่ส่งผลดีต่อสุขภาพ และ Sleep Tracker ก็ช่วยให้พวกเขาคิดได้ว่าทำไมพวกเขาถึงนอนหลับได้ไม่ดีพอ แต่ก็มีบางคนที่ตื่นขึ้นมาตอนกลางดึก เพื่อตรวจดูว่าการนอนหลับของพวกเขาดีหรือไม่ และถ้าคุณภาพการนอนหลับไม่ดีก็ทำให้พวกเขาเหล่านั้นเกิดความเครียด ซึ่งเหตุการณ์เช่นนี้กลับยิ่งทำให้คุณภาพการนอนของพวกเขาแย่ลง

 

ไม่ใช่ว่า Sleep Tracker ไม่ดี แต่เราต้องใช้มันให้ถูกวิธี

Sleep Tracker ทำงานโดยติดตามการเคลื่อนไหวของคุณ (บางคนก็ใช้ไมโครโฟนเพื่อติดตามการนอนกรนและเสียงการนอนหลับอื่น ๆ ) โดยสมมติว่าถ้าคุณนอนดิ้นมาก ก็แสดงว่าคุณยังไม่ได้หลับ หากคุณดิ้นเพียงเล็กน้อย แสดงว่าคุณนอนหลับสบาย และถ้าคุณไม่ดิ้นเลย แสดงว่าคุณหลับลึก

ซึ่งทำให้เกิดข้อสงสัยที่ว่าถ้าผู้ใช้ไม่ได้หลับ แค่นอนนิ่งเฉย ๆ เจ้า Sleep Tracker จะรายงานผลว่าอย่างไร? นี่อาจจะเป็นข้อจำกัดที่สำคัญสำหรับอุปกรณ์ Sleep Tracker นี้ อย่างไรก็ดีวิธีที่ถูกต้องที่สุดในการวัดการนอนหลับคือการอ่านคลื่นไฟฟ้าของสมอง แต่นั่นก็หมายความว่าต้องมีขั้วไฟฟ้าวางไว้บนศีรษะของคุณ ซึ่งตอนนี้วิธีดังกล่าวถูกใช้ในโรงพยาบาลเท่านั้น

อย่างไรก็ดีสิ่งสำคัญที่จะทำให้คุณนอนหลับได้ดีขึ้น คือการที่คุณมีกิจวัตรการนอนหลับที่ดีต่อสุขภาพ ดังนั้นควรปิดอุปกรณ์สื่อสารของคุณอย่างน้อยหนึ่งชั่วโมงก่อนนอน อาบน้ำอุ่นเพื่อเตรียมพร้อมร่างกาย ทำสมาธิ  และวิธีอื่น ๆ

 

แล้วจะรู้ได้อย่างไรว่า Sleep Tracker ส่งผลเสียมากกว่าจะช่วยให้นอนหลับดีขึ้น

  1. หากข้อมูลจาก Sleep Tracker ทำให้คุณเกิดความเครียดหรือตื่นตระหนก หรือถ้าคุณไม่สามารถหยุดตรวจสอบข้อมูลในตอนกลางคืนได้ อาจเป็นนิสัยที่ส่งผลเสียต่อสุขภาพ
  2. หากคุณตั้งคำถามกับตัวเองว่า คุณภาพการนอนหลับของคุณดีหรือไม่? เปรียบเทียบกับเมื่อวานนี้แล้วเป็นอย่างไร? นอนหลับสบายหรือไม่? คุณจะนอนหลับไหม? การถามคำถามเหล่านี้ในระหว่างวันเป็นเรื่องที่ดี แต่การคิดถึงเรื่องนี้ในตอนกลางคืนไม่ได้ช่วยให้คุณหลับลึกหรือดีขึ้นเลย เพราะมันจะทำให้เครียดแล้วสูญเสียการนอนหลับมากกว่า
  3. หากคุณกังวลกับข้อมูลจาก Sleep Tracker มากเกินไป และทำให้คุณเครียดจนส่งผลต่อชีวิตประจำวันของคุณ นั่นก็เป็นอีกสัญญาณหนึ่งที่บอกว่า Sleep Tracker ส่งผลเสียมากกว่าผลดี
  4. หากความกังวลเกี่ยวกับข้อมูลการนอนหลับเป็นสาเหตุทำให้คุณเสียเวลานอน คุณควรงดลองใช้ดูเป็นเวลาสองสัปดาห์ ขณะเดียวกันก็ทำกิจวัตรประจำวันของคุณให้มีสุขภาพดียิ่งขึ้น
  5. หากการทดสอบสองสัปดาห์ไม่สามารถช่วยได้ ก็ถึงเวลาแล้วที่คุณควรไปพบแพทย์ มันอาจจะไม่ได้เป็นเพราะ Sleep Tracker แต่แท้จริงแล้วคุณอาจมีอาการนอนไม่หลับหรือโรคเครียด

 

อ้างอิง:

Clinical Sleep Medicine

ที่นอน LUNIO

Bedtime Redesigned

พบกับประสบการณ์ใหม่แห่งการนอน ที่นอนไฮบริดที่ผสานด้วยวัสดุคุณภาพสุดพิเศษ 3 ชั้น ยางพารา คูลเจลเมมโมรี่โฟม และโพลียูรีเทน

ดูที่นอน อ่านรีวิว

One thought on “Sleep Tracker ช่วยหรือทำลายการนอนหลับกันแน่?

  1. Pingback: 4 แอปพลิเคชัน เพื่อช่วยให้คุณนอนหลับฝันดี | Lunio

ใส่ความเห็น

อีเมลของคุณจะไม่แสดงให้คนอื่นเห็น ช่องที่ต้องการถูกทำเครื่องหมาย *